ออกแบบบ้าน

6 เทคนิคแต่งบ้านด้วย Ultimate Gray และ Illuminating สีประจำปี 2021

การประกาศสีแห่งปีของ “แพนโทน (Pantone)” บริษัทจัดตั้งระบบรหัสสีมาตรฐานสำหรับงานพิมพ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา กลายเป็นอีกหนึ่งธรรมเนียมประจำสิ้นปีไปแล้ว เพราะตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา หลังจากประกาศออกมาปุ๊บ สีดังกล่าวก็จะครองเทรนด์เทรนด์การแต่งบ้าน และการออกแบบแฟชั่นปั๊บ งานนี้ก็เลยทำให้ได้รับความสนใจ และการเฝ้ารอจากคนทั่วโลกอย่างล้นหลาม ซึ่งพวกเขาก็ไม่ปล่อยให้คอยนาน ตัดสินใจประกาศสีประจำปี 2021 ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

โดยสีประจำปี 2021 จากแพนโทน ได้แก่ สีเทา Ultimate Gray (PANTONE 17-5104) และสีเหลือง Illuminating (PANTONE 13-0647) เป็นการรวมตัวกันของ 2 สีที่สื่อถึงความแข็งแกร่งและความหวัง มองดูแล้วให้ความรู้สึกดีและอบอุ่น ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยกระตุ้นให้ผู้คนมีกำลังใจในสถานการณ์แบบนี้ รวมถึงเสริมให้เชื่อว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น และเป็นแรงผลักดันให้อดทนรอวันที่สดใสกันต่อไป

ไม่ใช่แค่นั้น แต่ทั้งสองสียังช่วยแสดงให้อีกว่า ความแตกต่างก็สามารถรวมตัวกันเพื่อช่วยสนับสนุนซึ่งกัน และกันได้ โดยสีเหลือง Illuminating เป็นสีเหลืองที่สดใส ร่าเริง และมีชีวิตชีวา แถมยังสะท้อนความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ ในขณะที่สีเทา Ultimate Grey เป็นสีเทาที่มั่นคง แน่วแน่ น่าเชื่อถือ สื่อถึงความสงบ คงทน และรากฐานที่มั่นคงนั่นเอง

นอกเหนือจากนี้ สีทั้งสองยังเป็นการจับคู่กันของสีที่เชื่อมโยงกับความลึกซึ้ง นวัตกรรม ภูมิปัญญา สัญชาตญาณ ประสบการณ์ และความฉลาดด้วย ก็เลยว่ากันว่าเป็นคู่สีที่จะช่วยให้เกิดแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นใหม่ และเป็นแรงผลักดันไปสู่แนวคิดใหม่ได้ในอนาคต

เทคนิคจับคู่สีเหลือง-สีเทาสำหรับการแต่งบ้าน

สำหรับการนำสีประจำปี 2021 อย่างสีเหลือง และสีเทามาแต่งบ้าน สามารถทำได้ทั้งใช้แบบสองสีคู่กัน และแบบสองสีผสมกับสีอื่น นอกจากนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ได้หลากหลาย อาจจะใช้เป็นสีเพนต์ผนังก็ได้ ใช้เป็นสีเฟอร์นิเจอร์ก็ดี ใช้เป็นสีของตกแต่งชิ้นเล็กชิ้นหน่อยก็เด่น ช่วยให้ห้องสวยงาม เก๋ไก๋ และน่ามองไม่แพ้กัน ซึ่งถ้าหากใครอยากรู้ว่าจะมีไอเดียนำสีทั้งสองมาแต่งบ้านได้อย่างไรบ้างนั้น อย่ามัวรอช้า ลองมาดูตัวอย่างกันดีกว่าค่ะ

1. สีเหลือง-สีเทากับผนัง

สี Pantone 2021

สำหรับผนังบ้านที่มีเลเยอร์พอจะเพนต์สีเล่นระดับได้ ขอแนะนำให้ทาผนังฝั่งหนึ่งเป็นสีเทา อีกฝั่งหนึ่งเป็นสีเหลืองดู บอกเลยง่าย ๆ แค่นี้ก็ช่วยให้บ้านดูทันสมัย มีลูกเล่น และมีมิติขึ้นได้ไม่น้อยเลยล่ะ

2. สีเหลือง-สีเทากับผนังและของตกแต่ง

อีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและเจ๋งไม่แพ้กัน คือ เพนต์ผนังสีใดสีหนึ่ง แล้วหาของตกแต่ง เช่น ผ้าคลุม โต๊ะเล็ก กรอบรูป หรือของแต่งผนัง อีกสีมาวางประดับ เท่านี้ห้องก็จะเข้าธีมสีประจำปีแล้วล่ะ

3. สีเหลือง-สีเทากับโซฟา

ไอเดียแต่งบ้านให้เข้ากับสีประจำปีได้ง่าย ๆ เพียงแค่หาโซฟาสีเทาหรือสีเหลืองมาวางคู่กับหมอนอิงหรือผ้าคลุมอีกสีเทาหรือสีเหลืองที่คนละสีกับโซฟา เท่านี้ก็แจ่มเว่อร์แล้ว

4. สีเหลือง-สีเทากับห้องกินข้าว

ห้องกินข้าวก็เป็นอีกหนึ่งห้องที่สามารถนำสีเหลือง และเทาไปประยุกต์ใช้ตกแต่งได้ เช่น การเลือกใช้โต๊ะกินข้าวท็อปสีเทาสวย ตัดกับเก้าอี้ เชิงเทียน แจกันดอกไม้สีเหลืองสดใสนั่นเอง

5. สีเหลือง-สีเทากับห้องครัว

สำหรับการแต่งห้องครัวด้วยสีเหลือง และสีเทา อาจจะใช้ทั้งสองสีผสมกันผ่านบานตู้เคาน์เตอร์ หรืออาจจะใช้ท็อปสีหนึ่ง และหาของตกแต่งอีกสีหนึ่งมาวางประดับแทนก็ได้

6. สีเหลือง-สีเทากับห้องนอน

ปิดท้ายกันที่การใช้สีเหลือง และสีเทาแต่งห้องนอน ซึ่งต้องบอกเลยว่าง่ายมาก ประหยัดเว่อร์ เนื่องจากแค่ใช้ผ้าปูที่นอนสีใดสีหนึ่ง แล้วใช้ปลอกหมอนหรือหมอนอีกสีหนึ่ง ก็ทำให้ห้องมีสีเหลือง-เทา ต้อนรับโทนสีประจำปีจากแพนโทนได้ตามต้องการแล้ว

อย่าเพิ่งคิดว่า การแต่งบ้านสไตล์ย้อนยุคจะเป็นการแต่งบ้านด้วยของเก่าหรือของโบราณ เพราะจริง ๆ แล้วการแต่งบ้านย้อนยุคมีหลายแนว และเราสามารถเลือกแต่งให้มีกลิ่นอายความย้อนยุคแบบนั้นได้ ไม่ว่าจะแนววินเทจ แนวเรโทร หรือการแต่งบ้านสไตล์คลาสสิก ซึ่งแต่ละแบบจะมีความแตกต่างกันยังไง เราจะพาไปรู้จักกัน

สไตล์การแต่งบ้านย้อนยุค

การแต่งบ้านสไตล์โบราณ (Antique)

การแต่งบ้านแนวโบราณจะเน้นตกแต่งด้วยไม้ อิฐ โดยอาจจะเป็นไม้เก่า ทั้งโครงสร้างบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ส่วนการออกแบบก็จะเน้นลูกเล่นแบบสมัยเก่า เช่น บ้านโบราณไทยสไตล์จะใช้ประตูไม้บ้านพับ ที่ต้องลงสลักกลอนไม้แทนลูกบิด หรือหน้าต่างเป็นบานไม้ล้วน บานไม้ติดกระจก ที่ต้องลงกลอนสลัก เป็นต้น

การแต่งบ้านแนววินเทจ (Vintage)

แนววินเทจเป็นแฟชั่นสไตล์เก่าที่ดูไม่แก่ โดยการตกแต่งจะเน้นโทนสีขาว ครีม น้ำตาล ไม่เน้นสีที่ฉูดฉาด เป็นแนวการแต่งบ้านที่มีความคลาสสิกซ่อนอยู่ในรายละเอียดต่าง ๆ เช่น พื้นไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ ของแต่งบ้าน ที่อาจเป็นของมือสอง ของโบราณที่ดูล้ำค่าน่าสะสม

การแต่งบ้านแนวเรโทร (Retro)

คำว่าเรโทรในภาษาละตินแปลว่าย้อนกลับไป การแต่งบ้านสไตล์เรโทรจึงเหมือนการเอาแฟชั่นในยุคเก่า ๆ มารวมไว้ แล้วทำให้กลับมาเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน ดังนั้น สไตล์การตกแต่งแบบเรโทรจึงมีความฉูดฉาด มีสีสันที่หลากหลาย ช่วยให้มีบรรยากาศที่สนุกสนาน ดูคึกคัก

วิธีแต่งบ้านให้มีกลิ่นอายย้อนยุค

1. เน้นสีธรรมชาติ

แพนโทน

อยากให้บ้านดูคลาสสิกก็ลองกลับไปสู่ความเบสิกด้วยโทนสีธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาล สีเขียว สีไม้ สีครีม สีเอิร์ธโทน แบบนี้จะช่วยเพิ่มความรู้สึกอบอุ่น อ่อนโยน ดูเป็นโซนที่น่าพักผ่อนจริง ๆ แต่ทั้งนี้การแต่งบ้านให้ดูสวยน่าอยู่ก็ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย โดยอาจจะใช้สีธรรมชาติกับห้องนั่งเล่นหรือห้องนอน แต่ส่วนห้องน้ำที่ต้องการให้ดูสะอาดสะอ้าน ก็อาจไปเน้นสีขาวในการตกแต่ง แล้วใช้สีเขียว สีน้ำตาล เสริมเข้าไป

2. รียูสของเก่า

การรีโนเวทเฟอร์นิเจอร์เก่าให้กลับมาอยู่ในสภาพสวยงาม และพร้อมใช้ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียแต่งบ้านแบบวินเทจที่น่าสนใจ เพราะวัสดุที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์สมัยก่อนค่อนข้างทนทาน มีการออกแบบที่ดูสวยคลาสสิก หรือหากสามารถใช้ตู้ เตียง ชั้นวางของชิ้นเดิมที่มีอยู่แล้วได้ ก็จะช่วยประหยัดค่าตกแต่งได้อีกด้วย

3. เติมความย้อนยุคด้วยผ้า

เฟอร์นิเจอร์ผ้าต่าง ๆ เช่น โซฟาบุผ้า เก้าอี้นวม พรม หรือแม้แต่ผ้าม่านที่ทำจากผ้าฝ้าย ผ้าลินิน ก็ช่วยเสริมความวินเทจให้บ้านได้ ยิ่งถ้าใช้โทนสีธรรมชาติอย่างสีน้ำตาล สีเทา สีครีม ก็จะทำให้บ้านดูอบอุ่นน่าอยู่มากขึ้น รับออกแบบบ้าน

4. ใช้เครื่องครัววินเทจ

สมัยนี้มีเครื่องครัวสไตล์วินเทจวางจำหน่ายอยู่มากมาย ไม่ว่าจะถ้วย จาน ชาม หม้อ กระทะ แก้วน้ำ กาน้ำชา ตะเกียบ ช้อน ส้อม เราสามารถเลือกดีไซน์ย้อนยุคได้ตามใจชอบเลย และหากตกแต่งห้องครัวด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้ หน้าต่าง ประตู ที่เป็นดีไซน์ย้อนยุคด้วย ก็จะยิ่งทำให้มีบรรยากาศของยุคเก่า ๆ ได้ดีเลยทีเดียว

5. มิกซ์ของแต่งบ้านให้แมตช์กับสไตล์ที่ต้องการ

แน่นอนว่าของแต่งบ้านตามห้างร้านต่าง ๆ มักจะละลานตาไปหมด และส่วนใหญ่อาจเป็นแนวโมเดิร์น ซึ่งถ้าใจรักความวินเทจจริง ๆ ก็ต้องเฟ้นหาของแต่งบ้านแนวนี้กันนิดนึง หรือถ้าเจอบางชิ้นที่มีความทันสมัย แต่ไปแมตช์กับสไตล์ของบ้านได้อย่างไม่ฉีกแนวเท่าไร โทนได้ ดีไซน์ได้ จะลองเลือกมาแต่งบ้านก็ไม่ถือว่าผิด

6. รักษาความเบสิกเอาไว้

ลองย้อนนึกไปถึงสไตล์การแต่งบ้านในยุคก่อน ที่ไม่ค่อยเน้นของแต่งบ้านกระจุกกระจิกเยอะชิ้น แต่จะเลือกใช้ของแต่งบ้านที่มีประโยชน์ และใช้ได้จริง ฉะนั้นถ้าจะตกแต่งแนวนี้ ก็อย่าลืมความเบสิก ความมินิมอลในยุคก่อน ๆ ด้วย เพราะถ้าตกแต่งเยอะจนเกินจำเป็นก็อาจดูรกตามากกว่าจะสวยงาม

7. คุมความย้อนยุคในทุก ๆ ห้อง

ควรตกแต่งทุกห้องทุกจุดให้เป็นสไตล์เดียวกันทั้งหมด ถ้าจะวินเทจก็ต้องคุมความวินเทจไปถึงห้องน้ำ ห้องครัว รวมไปถึงประตูหน้าบ้าน เพื่อไม่ให้สไตล์การตกแต่งแต่ละห้องไปคนละทาง

ทั้งหมดนี้ก็เป็นไอเดียการแต่งบ้านสไตล์ย้อนยุคที่เรานำมาฝาก หรือใครอยากลองดูไอเดียของแต่งบ้านสไตล์วินเทจ สไตล์ย้อนยุคเพิ่มอีก ก็ตามมาด้านล่างนี้ได้เลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *