Movies

รีวิวหนัง The Lord of the Rings ภาพยนตร์ในตำนาน

The Lord of the Rings

รีวิวหนัง The Lord of the Rings ตำนานที่หวนคืนในรอบ 20 ปีบนโรงภาพยนตร์ พอเราโตขึ้นเวลานั้นก็มักจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเชื่อเลยว่าภาพยนตร์ในตำนานที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามจนออกมาได้ถึง 3 ภาคพร้อมกับภาพยนตร์ในแฟรนไชส์เดียวกันอีก 2 ภาคจะมีอายุครบ 20 ปีแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนั้นก็คือ The Lord of the Rings

ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายครั้งแรกในปี 201 ก่อนที่ในปีต่อๆ มาจะมีการฉายภาคต่อจนครบ 3 ภาค หลังจากเปิดตัวภาพยนตร์ในภาคแรกก็สร้างเสียงฮือฮาให้กับผู้คนได้เป็นจำนวนมาก ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามทั้งในแง่คำวิจารณ์และรายได้ มีแฟนคลับไปทั่วทั้งโลก จนถึงในปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีการพูดถึงสิ่งที่อยู่ในภาพยนตร์อย่างเช่นตัวกอลั่ม

เป็นภาพยนตร์แนวผจญภัยแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเอฟเฟคตระการตาสำหรับเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และที่มากไปกว่านั้นคือมันได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึง 30 รางวัลด้วยกัน และสามารถคว้ารางวัล Academy Award ได้ถึง 17 รางวัล เป็นการการันตีคุณภาพในทุกด้านของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าสามารถทำออกมาได้ยอดเยี่ยมและลบตำนานภาพยนตร์ไตรภาคอาถรรพ์ไปอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเนื่องจากมันเป็นเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้ว ด้วยความที่มีแฟนหนังสือส่วนหนึ่งอยู่แล้วประกอบกับการเล่าความดีงามของภาพยนตร์เรื่องนี้ไปแบบปากต่อปากทำให้มันสามารถทำรายได้ถึง 2.9 พันล้านเหรียญจากทุนสร้างเพียงแค่ 280 ล้านเหรียญ

หลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จบไปเป็นเวลานับตั้งแต่ฉายภาคแรก 20 ปีพอดี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับภาพยนตร์แฟนตาซีในตำนานที่มีแฟนคลับทั่วทั้งโลก มันจึงจะได้รับการนำเอากลับมาฉายในโรงภาพยนต์อีกครั้ง ดังนั้นหากใครที่ยังไม่เคยรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้มาก่อนขอบอกเลยว่าห้ามพลาดโดยเด็ดขาด หรือหากใครที่เคยรับชมแล้วการรับชมในโรงภาพยนตร์ที่มีเทคโนโลยีใหม่จะให้คุณได้รับประสบการณ์ในการชมภาพยนตร์เรื่องนี้ที่แตกต่างออกไปอย่างแน่นอน

รวมเรื่องราวไตรภาคของภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings

The Lord of the Rings เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงบทมาจากนวนิยายชื่อดัง ดังนั้นด้วยเนื้อหาที่ยาวทำให้ภาพยนตร์ต้องแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ภาคด้วยกันในส่วนของเส้นเรื่องหลัก ในภาคแรกนั้นจะเล่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในดินแดนที่มีชื่อว่า Middle Earth สถานที่แห่งนี้มีแหวนแห่งอำนาจซุกซ่อนอยู่ ไทยที่สามารถควบคุมและครอบครองแหวนวงนี้จะสามารถควบคุมผู้ครองแหวนคนอื่นได้ ในตอนแรกแหวนวงนี้อยู่ในมือของจอมมารเซารอน แต่เขาถูกอิซิลดูร์ตัดนิ้วและชิงแหวนไป

แต่แหวนก็ได้ตกลงไปในแม่น้ำจนกอลั่มได้พบเจอเข้า แหวนวงนี้ระหกระเหินเป็นเวลานานและอยู่ในมือของหลายคนจนกระทั่งบิลโบได้ครอบครอบ เขาได้รักษาแหวนวงนี้เป็นสมบัติได้เป็นเวลานานจนเมื่อชราลงเขาก็ได้มอบแหวนวงนี้ให้กับหลานชายที่ชื่อว่าโฟรโด เด็กหนุ่มที่จะต้องทำภารกิจให้สำเร็จด้วยการเดินทางไปยังภูเขาไฟเพื่อทำลายแหวนที่เต็มไปด้วยอำนาจและปัญหานี้ให้สำเร็จ

ภาค 2 จะเล่าถึงเรื่องราวการเดินทางของโฟรโดและเพื่อนของเขาที่มีชื่อว่าแซม ทั้งสองคนนั้นได้แยกออกจากกลุ่มและเดินทางไปสู่ภูเขาไฟตามลำพังสองคน ระหว่างทางพวกเขานั้นก็ได้ค้นพบกับกอลั่ม เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่อารากอนและคิมลีได้พบข้องกับพ่อมดขาวอย่างแกนดัล์ฟ

และในภาคสุดท้ายจะเป็นบทสรุปของเส้นเรื่องตัวละครหลักอย่างโฟรโด ในช่วงเวลาดังกล่าวเมืองชาวโรฮันต้องเผชิญกับการทำสงคราม โดยสงครามในครั้งนี้แกนดัล์ฟได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ในขณะที่อารากอร์นและคิมลีได้แยกออกมา

สิ่งที่พวกเขาจะต้องพบเจอต่อไปคือการที่จอมมารชาลอนได้เกณฑ์ทัพใหญ่เข้ามาทำสงครามอาณาจักร Middle Earth เพื่อทวงคืนแหวนแห่งอำนาจของตนอีกครั้ง ความหวังทั้งหมดจึงตกไปอยู่ที่ฮอบบิตอย่างโฟรโดและแซนที่จะต้องพยายามทำลายแหวนให้สำเร็จให้ได้ แต่มันก็ไม่ง่ายเพราะกอลั่มได้เข้ามาสร้างอุปสรรคมากมาย แถมอำนาจของแหวนนั้นก็เต็มไปด้วยความยั่วยวนที่ทำให้โฟรโดต้องเอาชนะให้สำเร็จ

The Hobbit ภาพยนตร์ภาคต่อที่เล่าถึงเรื่องราวย้อนกลับไปก่อนเกิดเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง The Lord of the Rings

The Lord of the Rings เป็นภาพยนตร์ที่ฉายออกมาและทำให้เราได้รู้จักกับแหวนที่เต็มไปด้วยอำนาจ อย่างที่เราทราบกันดีว่าผู้ครอบครองแหวนคนสุดท้ายคือฮอบบิตชราที่มีชื่อว่าบิลโบ้ ด้วยความที่ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากหลังจากนั้นไม่นานจึงได้มีการออกภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit มาเพื่อเล่าเรื่องราวย้อนกลับไปในอดีตก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ในภาพยนตร์ไตรภาคชื่อดัง

โดยภาพยนตร์เรื่อง The Hobbit ออกมาจำนวนทั้งสิ้น 3 ภาคด้วยกันและประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามเกี่ยวกับภาพยนตร์ในเส้นเรื่องหลัก ในภาพยนตร์นี้เราจะได้เห็นตัวละครที่เคยเห็นในภาพยนตร์ภาคก่อนหลายตัว ช่วยให้เราหายคิดถึงพวกเขาได้เป็นอย่างดี แถมยังทำให้เราได้รู้จักพวกเขาผ่านประวัติความเป็นมามากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ดังนั้นหากคุณได้มีโอกาสเข้าไปรับชมภาพยนตร์เรื่องอภินิหารแห่งแหวนครองพิภพแล้วอย่าลืมมารับชมภาพยนตร์เรื่องฮอบบิตด้วยเพราะมันจะทำให้คุณนั้นได้เข้าถึงเรื่องราวมากยิ่งขึ้น หรือหากใครที่ไม่เคยรับชมภาพยนตร์ชุดนี้มาก่อนเลยการรับชมภาพยนตร์ฮอบบิตก่อนจะเข้าโรงก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะเราจะได้รู้อดีตความเป็นมาของตัวละครที่ทำให้เราอินกับเรื่องราวได้มากขึ้นอีกด้วย

The Fellowship Of The Ring

เล่มที่หนึ่งเริ่มต้นเหตุการณ์ด้วยงานวันเกิดของบิลโบในแคว้นไชร์ ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 60 ปีหลังจากเหตุการณ์ในเรื่อง เดอะฮอบบิท บิลโบตัดสินใจออกเดินทางผจญภัยอีกครั้ง ทิ้งมรดกทั้งปวงรวมถึง “แหวน” วงนั้น ให้แก่ญาติคนหนึ่งที่เขารับไว้เป็นทายาท ชื่อว่าโฟรโด แบ๊กกิ้นส์ หลังจากงานวันเกิดผ่านไป พ่อมดเทาแกนดัล์ฟ เพื่อนเก่าแก่ของครอบครัวก็ย้อนกลับมาที่ไชร์ และพิสูจน์ได้ว่าที่แท้แหวนของบิลโบวงนั้นคือ แหวนเอก ซึ่งเซารอนเจ้าแห่งความมืดติดตามหามาตลอดช่วงยุคที่สาม เวลาเดียวกันนั้น กอลลัมเดินทางเข้าไปที่มอร์ดอร์และโดนจับตัวได้ ทำให้เซารอนรู้ว่าแหวนตกไปอยู่ในความครอบครองของ “แบ๊กกิ้นส์”

เซารอนส่งภูตแหวนออกมาติดตามหาแหวน แต่แกนดัล์ฟได้สั่งให้โฟรโดเดินทางออกจากไชร์แล้ว พร้อมกับแซมไวส์ แกมจี (แซม) คนรับใช้และคนสวนของตระกูล นอกจากนี้ยังมีเพื่อนฮอบบิทอีกสองคนของโฟรโดติดตามมาด้วย คือเมอเรียด็อค แบรนดี้บั๊ก (เมอร์รี่) กับ เปเรกริน ตุ๊ก (ปิ๊ปปิ้น) ทั้งหมดเดินทางออกจากไชร์จากดินแดนบั๊กแลนด์เข้าสู่ป่าดึกดำบรรพ์ ได้พบกับทอม บอมบาดิล และไปถึงเมืองบรีได้พบกับมนุษย์ผู้หนึ่งชื่อว่า สไตรเดอร์ หรืออารากอร์น บุตรแห่งอาราธอร์น ผู้นำแห่งเหล่าดูเนไดน์แห่งดินแดนเหนือ ซึ่งเป็นทายาทบัลลังก์อาร์นอร์และกอนดอร์ อารากอร์นพาพวกฮอบบิทเดินทางไปจนถึงริเวนเดลล์ แต่ระหว่างทางพวกเขาถูกภูตแหวน (นาซกูล) โจมตี และโฟรโดได้รับบาดเจ็บสาหัส กลอร์ฟินเดล เอลฟ์สูงศักดิ์คนหนึ่งมาพบและช่วยเหลือพวกเขาไว้ได้ทัน

ในเล่มสอง โฟรโดได้รับการรักษาจากเอลรอนด์ เจ้าผู้ครองริเวนเดลล์ และได้พบกับบิลโบซึ่งออกเดินทางมาพักผ่อนอยู่ที่นี่ นอกจากนั้นยังมีผู้แทนจากเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ พากันเดินทางมาริเวนเดลล์ (ได้แก่เอลฟ์ คนแคระ และมนุษย์ จากอาณาจักรต่าง ๆ) จึงเกิดเป็นการประชุมเรียกว่า ที่ประชุมของเอลรอนด์ เพื่อหาข้อสรุปและแนวทางในการต่อต้านเหล่าปีศาจ ที่ประชุมสรุปว่าหนทางเดียวที่จะต่อกรกับเจ้าแห่งความมืดได้ คือต้องทำลายแหวนเอกเสียเท่านั้น โดยต้องนำแหวนไปทิ้งลงในปล่องภูเขาไฟในเมาท์ดูม ซึ่งเป็นไฟที่ใช้สร้างมันขึ้นมา โฟรโดรับอาสาภารกิจนี้ เอลรอนด์จึงแต่งตั้ง “คณะพันธมิตรแห่งแหวน” เพื่อช่วยเหลือโฟรโดในระหว่างการเดินทาง

คณะพันธมิตรแห่งแหวนเดินทางผ่านทุ่งหญ้า เทือกเขา เข้าไปในเหมืองมอเรีย โดยมีกอลลัมแอบติดตามไปตลอดทาง เมื่อพวกเขาเข้าไปในเหมือง กลับถูกลอบโจมตีโดยพวกออร์คกับบัลร็อกที่เข้าไปยึดเหมืองนั้นไว้ก่อนแล้ว แกนดัล์ฟต่อสู้กับบัลร็อกเพื่อให้ชาวคณะหลบหนีไปได้ แต่ตัวเขาเองต้องตกลงไปในปล่องเหวอันมืดมิดใต้มอเรีย เมื่อคณะพันธมิตรหนีออกจากมอเรียได้ อารากอร์นจึงพาคนที่เหลือหนีไปยังลอธลอริเอน อาณาจักรของเลดี้กาลาเดรียลและลอร์ดเคเลบอร์น หลังจากนั้นจึงออกเดินทางต่อมาถึงน้ำตกใหญ่ในแม่น้ำอันดูอิน โฟรโดตัดสินใจจะเดินทางต่อเพียงลำพัง เนื่องจากโบโรเมียร์ถูกอำนาจแหวนล่อลวงจนคิดจะแย่งแหวนมาครองเอง แต่ขณะโฟรโดจะแอบหนีไป แซมตามมาทันและขอร่วมเดินทางไปด้วย

The Two Towers

ในหนังสือภาคสอง เหตุการณ์ในเรื่องจะแยกออกเป็นสองส่วน โดยที่เล่มสามบรรยายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับคณะพันธมิตรแห่งแหวนที่เหลืออยู่ คือซารูมานส่งอูรุกไฮมาชิงตัวผู้ถือแหวน แต่พวกมันเข้าใจผิดจึงจับตัวเมอร์รี่กับปิ๊ปปิ้นไป โบโรเมียร์ต่อสู้เพื่อป้องกันฮอบบิททั้งสองจนเสียชีวิต อารากอร์น เลโกลัส และกิมลี ตัดสินใจไปช่วยเหลือเมอร์รี่กับปิ๊ปปิ้น ทั้งสามได้พบกับแกนดัล์ฟซึ่งคืนชีพใหม่เป็น แกนดัล์ฟ พ่อมดขาว หลังจากต่อสู้เอาชนะบัลร็อกแล้วจึงถูกส่งกลับมามิดเดิลเอิร์ธอีกครั้งเพราะภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น ทั้งสี่เดินทางไปยังอาณาจักรโรฮัน และช่วยโรฮันต่อสู้กับซารูมานในสมรภูมิป้อมฮอร์นเบิร์ก เวลาเดียวกันนั้นเมอร์รี่กับปิ๊ปปิ้นหนีพ้นจากพวกอูรุกไฮ และไปอยู่ในความดูแลของพวกเอนท์ ช่วยพวกเอนท์โจมตีไอเซนการ์ด ขังซารูมานไว้ในหอคอย จากนั้นทั้งสองกลุ่มได้มาพบกันอีกครั้งหลังสิ้นสุดสงคราม

เล่มสี่เล่าเหตุการณ์ทางด้านของโฟรโดและแซม ที่หาทางเข้าไปยังเมาท์ดูม ทั้งสองจับตัวกอลลัมได้และบังคับให้มันนำทางเข้าไปในมอร์ดอร์ แต่เมื่อไปถึงประตูดำก็พบกองทัพจำนวนมากจึงไม่อาจผ่านเข้าไปได้ กอลลัมเสนอหนทางลับเข้าไปในมอร์ดอร์ ผ่านทางหุบเขาอันน่าสยดสยองแห่งมินัสมอร์กูล ระหว่างทางพวกเขาโดนกองกำลังลาดตระเวนของกอนดอร์จับตัวได้ และได้พบฟาราเมียร์ น้องชายของโบโรเมียร์ โฟรโดอธิบายให้ฟาราเมียร์เข้าใจสถานการณ์และเห็นพ้องว่า

The Return Of The King

ในหนังสือภาคสาม เริ่มเหตุการณ์ในเล่มห้าที่แกนดัล์ฟกับปิ๊ปปิ้นเดินทางมาถึงมินัสทิริธ และเตือนให้เมืองหลวงแห่งกอนดอร์เตรียมพร้อมรับศึก เมอร์รี่เข้าร่วมกองทัพของโรฮันยกติดตามมา ระหว่างทาง อารากอร์นนำกำลังส่วนหนึ่งแยกไปตาม “เส้นทางมรณะ” (Paths of the Dead) เพื่อขอความช่วยเหลือจากกองทัพปีศาจผู้ตกอยู่ในคำสาปของบรรพกษัตริย์กอนดอร์ ให้ช่วยสกัดทัพเรือคอร์แซร์ที่ยกมาจากอุมบาร์ จากนั้นแกนดัล์ฟ อารากอร์น และคนทั้งหมดเข้าร่วมในการสงครามใหญ่ที่เซารอนหมายเข้ายึดมินัสทิริธ

เรียกว่าสมรภูมิทุ่งเพเลนนอร์ ทัพโรฮันมาถึงทันเวลาและป้องกันเมืองมินัสทิริธไว้ได้ แต่เซารอนยังมีกองกำลังจำนวนมากเตรียมพร้อมยกหนุนมาอีก ฝ่ายกองทัพอิสระชนแห่งมิดเดิลเอิร์ธไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าโจมตีประตูดำแห่งมอร์ดอร์ แม้จะไม่มีหวังได้รับชัยชนะก็ตาม ทั้งนี้ก็ด้วยความหวังเพียงประการเดียวคือหันเหความสนใจของเซารอนมาที่พวกตน เพื่อซื้อเวลาให้โฟรโดสามารถเข้าไปทำลายแหวนได้

เล่มหก แซมตามไปช่วยโฟรโดออกมาได้ แล้วเดินทางข้ามที่ราบอันหฤโหดของมอร์ดอร์เข้าไปถึงเมาท์ดูม (โดยมีกอลลัมลอบตามไปตลอดทาง) แต่ในที่สุดแหวนมีอำนาจเหนือจิตใจของโฟรโดมากจนเขาไม่สามารถโยนมันทิ้งลงไปในภูเขาไฟ และประกาศตัวเป็นเจ้าของแหวน เมื่อนั้นบรรดานาซกูลจึงรู้ถึงตำแหน่งของแหวนและหันหน้ากลับไปยังโอโรดรูอิน แต่กอลลัมเมื่อเห็นโฟรโดประกาศครอบครองแหวน ก็เข้ายื้อแย่งและกัดนิ้วที่สวมแหวนของโฟรโดจนขาด มันตื่นเต้นดีใจจนขาดสติแล้วลื่นไถลตกลงไปในปล่องภูเขาไฟ ทำให้แหวนถูกทำลายไป เหล่าปีศาจและสิ่งก่อสร้างทั้งปวงที่สร้างขึ้นด้วยอำนาจดวงจิตของเซารอนจึงพังพินาศไปพร้อมกับแหวนด้วย และกองทัพของอิสระชนแห่งมิดเดิลเอิร์ธเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ

อารากอร์นได้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งกอนดอร์ และอภิเษกกับอาร์เวน บุตรีของเอลรอนด์ แต่ผลกระทบจากสงครามยังไม่สิ้นสุด เพราะซารูมานที่หนีไปจากไอเซนการ์ดได้เดินทางไปถึงไชร์ และเข้ายึดแคว้นนั้นไว้ เมื่อโฟรโดกับเพื่อนเดินทางกลับไปถึง ก็หาทางแก้ไข ยึดแคว้นไชร์คืนกลับมาได้ ถึงกระนั้น ไชร์ก็ไม่ใช่ไชร์อย่างที่พวกเขาเคยรู้จักอีกต่อไป ในตอนท้ายเล่ม โฟรโดที่ยังคงเจ็บบาดแผลจากนาซกูลอยู่เสมอ และบิลโบก็ยังอ่อนแอเนื่องจากอายุและพลังของแหวน เหล่าเอลฟ์จึงตัดสินใจอนุญาตให้ โฟรโดเดินทางข้ามทะเลไปสู่แผ่นดินตะวันตกพร้อมกับบิลโบและเหล่าเอลฟ์ เพื่อไปใช้ชีวิตเป็นอมตะกับอมตะชนที่ยังเหลืออยู่ ดูหนังออนไลน์ฟรี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *